เปิดทริคเลือกวันเดินทางให้ ตม. ผ่านฉลุย
เชื่อว่าหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้คนไทยหัวใจเต้นแรงที่สุด ไม่ใช่ตอนเจอหน้าศิลปินที่ชอบ แต่เป็นตอนที่กำลังยืนต่อแถวรอเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. หลายคนเตรียมแผนเที่ยวมาอย่างดี จองที่พักหรู ตั๋วเครื่องบินพร้อม แต่ดันมาตกม้าตายเพราะความกังวลว่าจะโดนเข้าห้องเย็นหรือเปล่า
จริงๆแล้วการผ่าน ตม. มีหลายปัจจัยครับ ทั้งการแต่งตัว เอกสาร และการตอบคำถาม แต่รู้ไหมว่า ช่วงเวลาในการเดินทางก็มีผลอย่างมากที่จะช่วยให้การตรวจคนเข้าเมืองของคุณกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า เที่ยว ช่วงไหน ตม. ใจดีและผ่านง่ายที่สุด
ช่วง Peak Season คนเยอะจน ตม. อยากรีบปล่อย
หลายคนคิดว่าคนเยอะเจ้าหน้าที่จะหงุดหงิด แต่ในทางกลับกัน ช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น คริสต์มาส ปีใหม่ หรือสงกรานต์ เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าประเทศเขามหาศาล
ทำไมถึงผ่านง่าย
เมื่อปริมาณแถวยาวเหยียด เจ้าหน้าที่ต้องทำเวลาเพื่อให้ระบายคนได้ทันท่วงที หากโปรไฟล์คุณดูเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป มีใบจองโรงแรมชัดเจน เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มจะถามน้อยลงและปั๊มตราให้เร็วขึ้น เพราะเขาต้องรีบจัดการคิวต่อไปนั่นเองครับ
ข้อควรระวัง
แม้จะรีบแค่ไหน แต่ห้ามลนลาน เตรียมเอกสารใส่แฟ้มให้หยิบง่ายที่สุด จะช่วยลดแรงกดดันได้เยอะเลย
ช่วงวันธรรมดา (Weekday) ช่วงเช้าตรู่หรือดึกสงัด
หากคุณไม่อยากไปเบียดกับใคร การเลือกบินไฟลท์ที่ไปถึงปลายทางช่วง เช้าตรู่ (05:00 – 07:00 น.) หรือ ดึก (23:00 น. เป็นต้นไป) ก็เป็นทางเลือกที่ดี
ทำไมถึงผ่านง่าย
ในช่วงที่ไฟลท์บินลงไม่พร้อมกันเยอะๆ เจ้าหน้าที่จะทำงานด้วยความผ่อนคลาย ไม่เครียดจากการรับมือฝูงชน บรรยากาศจะดูเป็นมิตรมากกว่าช่วงเร่งด่วน การยิ้มทักทาย Good Morning สั้นๆ ในขณะที่สนามบินยังเงียบสงบ มักจะได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาเสมอครับ
ช่วงที่มีงาน Event ระดับโลก หรือคอนเสิร์ตใหญ่
ถ้าคุณเดินทางไป เที่ยว ในช่วงที่มีคอนเสิร์ต Taylor Swift, งาน Expo หรือการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ตม. จะถูกบรีฟมาแล้วว่าช่วงนี้นักท่องเที่ยวทะลักแน่นอน
ทำไมถึงผ่านง่าย
แค่คุณโชว์บัตรคอนเสิร์ตหรือบัตรเข้างานพ่วงไปกับพาสปอร์ต เหตุผลในการเข้าประเทศของคุณจะดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันที 100% เจ้าหน้าที่จะเข้าใจบริบทการมาของคุณโดยแทบไม่ต้องอธิบายเพิ่มเลย
เทคนิคเสริม: ทำยังไงให้ ตม. เชื่อว่าเรามาเที่ยวจริงๆ
นอกจากเรื่องเวลาแล้ว สิ่งเหล่านี้คือ ไม้ตายที่จะช่วยให้คุณผ่านด่านได้แบบ 10/10 คะแนน
1.การแต่งตัวต้อง ถูกกาลเทศะและดูเป็นนักท่องเที่ยว
แต่งตัวให้เกียรติสถานที่และดูเหมือนคนที่กำลังจะไปเที่ยวจริงๆ เช่น ใส่ชุดที่คล่องตัว รองเท้าผ้าใบ ไม่ต้องจัดเต็มจนดูผิดปกติ หรือดูสบายเกินไปจนเหมือนคนหนีมาทำงาน
2.เอกสารแน่นแต่นิ่ง
เตรียมใบจองโรงแรม (แบบพิมพ์ออกมาจะดีมาก), ตั๋วเครื่องบินขากลับ และแผนการเที่ยวคร่าวๆ ไว้ในมือ แต่อย่ายื่นให้เขาทั้งปึกตั้งแต่แรกนะครับ ให้ยื่นแค่พาสปอร์ตก่อน ถ้าเขาถามค่อยหยิบยื่นให้ดูด้วยท่าทีที่มั่นใจ
3.สบตาและยิ้มแย้ม
ความมั่นใจคือคีย์สำคัญ สบตาเจ้าหน้าที่ตอนตอบคำถาม ไม่หลบตา ไม่ทำตัวเลิ่กลั่ก การตอบคำถามควรสั้น กระชับ และตรงประเด็น เช่น
- ตม. How long will you stay? (จะอยู่นานแค่ไหน)
- คุณ 5 days, sir/ma’am. (5 วันครับ/ค่ะ)
สรุป
สำหรับผมแล้ว ช่วงที่ผ่านง่ายและเที่ยวสนุกที่สุดคือช่วง Shoulder Season (ช่วงรอยต่อระหว่างหน้า เที่ยว กับหน้าโลว์) เช่น ไปญี่ปุ่นช่วงปลายพฤษภาคม หรือยุโรปช่วงปลายกันยายน เพราะคนไม่แน่นจนเกินไป เจ้าหน้าที่ไม่เหนื่อยล้า และอากาศก็ยังเป็นใจกับการถ่ายรูปครับ
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเดินทางช่วงไหน หัวใจสำคัญคือการเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง หากเรามีเจตนามาเที่ยวจริงๆ และเอกสารครบถ้วน ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ตม. ทั่วโลกยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่น่ารักเสมอครับ